346682546

ที่มาหรือประวัติของวันตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่มาของคำว่า 春节 Chūnjíe ชุนเจี๋ยในภาษาจีน หรือสำหรับชาวจีนคือการขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ 农历新年Nónglì Xīnnián หนงลี่ ซินเหนียน และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก หรือที่เรามักจะคุ้นเคยในวลีนี้ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” เชิญกล่าวคำอวยพร ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

วันตรุษจีนปีนี้ จะเริ่มต้นจากวันจ่ายคือวันที่ 29 และวันไหว้คือวันที่ 30 มกราคม และวันที่ 31 มกราคมคือวันฉลองตรุษจีน หรือเรียกกันว่าวันกินวันเที่ยวนั่นเอง ถ้าเปรียบเทียบกับเทศกาลใหญ่ของคนไทยก็ต้องเป็นเทศกาลวันสงกรานต์ ส่วนชาวคริสต์คู่กับวันคริสมาสต์ที่เพิ่งผ่านมา อย่างนั้นแล้วถ้าเป็นชาวจีน ด้วยบรรยากาศคล้ายๆกัน ย่อมต้องนึกถึงวันตรุษจีนอย่างแน่นอน วันที่แต่ละชาติต่างก็มีประเพณี ปฏิบัติที่คล้ายๆ กันโดยในวันนี้ถือเป็นเทศกาลวันหยุดยาวที่สำคัญ ต่างหยุดพักการทำงาน เป็นช่วงเวลาของครอบครัวให้ญาติพี่น้องได้เดินทางกลับบ้านไปพบปะสังสรรค์กัน

 

春节 เทศกาลตรุษจีน หรือในภาษาจีนเรียกว่า ชุนเจี๋ย 

ตรุษจีน (จีนตัวเต็ม: 春節; จีนตัวย่อ: 春节; พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) เป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญที่สุด ในประเทศจีน ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า "เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ" เพราะฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีนเริ่มต้นด้วยวันลีชุน ซึ่งเป็นวันแรกในทางสุริยคติของปีปฏิทินจีน วันดังกล่าวยังเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว ซึ่งคล้ายกันกับงานเทศกาลของตะวันตก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 (จีน: 正月, พินอิน: Zhēngyuè) ในปฏิทินจีนโบราณและสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ คืนก่อนตรุษจีนเป็นวันซึ่งครอบครัวจีนมารวมญาติเพื่อรับประทานอาหารเย็นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเรียกว่า ฉูซี่ (จีน: 除夕, พินอิน: Chúxī) หรือ "การผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน" เนื่องจากปฏิทินจีนเป็นแบบสุริยจันทรคติ ตรุษจีนจึงมักเรียกว่า "วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ"

ตรุษจีนเป็นงานเฉลิมฉลองที่ยาวที่สุดและสำคัญที่สุดในปฏิทินจีน จุดกำเนิดของตรุษจีนนั้นมีประวัติหลายศตวรรษและมีความสำคัญเพราะตำนานและ ประเพณีหลายอย่าง ตรุษจีนมีการเฉลิมฉลองกันในหลายประเทศและดินแดนซึ่งมีประชากรจีนอาศัยอยู่ มาก อย่างเช่น จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงอินโดนีเซีย มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย รวม ทั้งในชุมชนชาวจีนที่อื่น ตรุษจีนถูกมองว่าเป็นวันหยุดสำคัญสำหรับชาวจีนและได้มีอิทธิพลต่อการเฉลิม ฉลองการขึ้นปีใหม่จันทรคติของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมทั้งเกาหลี (โซลนาลภูฏาน และเวียดนาม

ในประเทศจีน ธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่นเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองตรุษจีนนั้นหลากหลายมาก ประชาชนจะเทเงินของตนเพื่อซื้อของขวัญ ของประดับตกแต่ง วัสดุ อาหารและเครื่องนุ่งห่ม นอกจากนี้ยังมีประเพณีว่า ทุกครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียดลออ เพื่อปัดกวาดโชคร้ายด้วยหวังว่าจะเปิดทางให้โชคดีเข้ามา มีการประดับหน้าต่างและประตูด้วยกระดาษตัดสีแดงและคู่กับธีม "โชคดี", "ความสุข", "ความมั่งคั่ง" และ "ชีวิตยืนยาว" ที่ได้รับความนิยม ในคืนก่อนตรุษจีน อาหารค่ำเป็นการกินเลี้ยงกับครอบครัว อาหารนั้นจะมีเช่น หมู เป็ด ไก่และอาหารอย่างดี (delicacies) รสหวาน ครอบครัวจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยประทัด เช้าวันรุ่งขึ้น เด็กจะทักทายบิดามารดาของตนโดยอวยพรพวกท่านให้มีสุขภาพดีและสวัสดีปีใหม่ และได้รับเงินอั่งเปา ประเพณีตรุษจีนนั้นเพื่อการสมานฉันท์ ลืมความบาดหมางและปรารถนาสันติและความสุขแก่ทุกคนอย่างจริงใจ

ตรุษจีนในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

  • วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ ( 地主爷 ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว 

  • วันไหว้

    • ตอน เช้ามืดจะไหว้ “ป้ายเล่าเอี๊ย” ( 拜老爷) เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

    • ตอน สาย จะไหว้ “ป้ายแป๋บ้อ” (拜父母) คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษ เงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

    • ตอน บ่าย จะไหว้ “ป้ายฮ่อเฮียตี๋” (拜好兄弟) เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล

    • อาหาร หลังจากที่ใช้เซ่นไหว้นั้น สุดท้ายก็จะนำมารับประทานร่วมกันในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคล และในมื้อค่ำของวันนี้ เช่นเดียวกับวันคืนวันส่งท้ายปีใหม่แบบสากล คืนนี้นับว่าเป็นวันที่สนุกสนานครื้นเครงที่สุด ครอบครัวจะพร้อมหน้าพร้อมตาร่วมวงสังสรรค์เฮฮารับประทานมื้อค่ำร่วมกันอาหาร ที่รับประทานกัน บรรยากาศของอาหารค่ำ เด็กน้อยวิ่งเล่นหยอกล้อกันสนุกสนาน ผู้ใหญ่ก็ดื่มสังสรรค์ พูดคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน  หากิจกรรมผ่อนคลายร้องรำทำเพลง เล่นเกม หรือตั้งวงไพ่ เพื่อรอต้อนรับวันปีใหม่ที่กำลังเดินทางมาพร้อมกับโชคดีมีชัย

  • วันเที่ยว  หรือวันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง (初一 ชิวอิก) ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ “ป้ายเจีย” เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า “กิก” หรือ ภาษาฮกเกี้ยน “ก้าม“(橘) ซึ่งไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ (吉) [1] เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

  • สัญลักษณ์ อย่างหนึ่งของตรุษจีน คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มาคือในสมัยก่อน เหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็ก ๆ ซึ่งจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

  • อั่ง เปา (จีน: 红包; พินอิน: hóngbāo หงเปา) เป็น เงินของขวัญที่มีการให้และรับในวัฒนธรรมจีน ชื่ออั่งเป่าภาษาจีนมาความหมายถึง ซองสีแดง ที่มอบให้โดยมีเงินบรรจุอยู่ด้านใน ซึ่งเงินที่บรรจุภายในเรียก 利是 (Lai Si, Lee See) อั่งเปานิยมมีการให้มอบให้ในงานสำคัญของครอบครัว เช่น พิธีแต่งงาน หรือ วันตรุษจีน (วันปีใหม่ของจีน) โดยในวันตรุษจีนผู้ที่มีอายุสูงกว่าหรือทำงานมีเงินเดือนแล้ว จะเป็นคนให้อั่งเป่าแก่เด็กหรือญาติที่ยังไม่ได้ทำงาน

1640

สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย

เทศกาล ตรุษจีน  (春节)กำลังจะมาถึงสำหรับปี 2557 จะตรงกับช่วงวันที่ 29-31 มกราคม 2557 โดยวันที่ 29 จะเป็นวันจ่ายวันที่พี่น้องเชื้อสายจีนในทั่วทุกโลกจะไปจับจ่ายซ์้อของเพื่อ เตรียมสำหรับวันไหว้ซึ่งตรงกับวันที่ 30 กุมภาพันธ์ปีนี้ ส่วนวันที่ 31 ก็จะเป็นวันเที่ยวเป็นวันที่ทุกคนต้องใส่ชุดใหม่แต่งตัวสวยๆไม่พูดคำหยาบ ไม่ด่าทอและมักจะนิยมอวยพรวันตรุษจีนแก่ผู้คนทั้งหลายที่ได้พบปะด้วยคำพูด มงคลและคำอวยพรต่างๆ

ใน ช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนจะกล่าวคำ แต้จิ๋วห่ออ่วย หรือภาษาจีนกลาง เห่าฮว่า(คำพูดที่ดี) หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กัน กระดาษสีแดง ตัวอักษรสีทองหรือสีดำ ที่พบเห็นในเทศกาลตรุษจีน จะเขียนด้วยถ้อยคำมงคลต่างๆ เช่น

  • 新正如意 新年發財 / 新正如意 新年发财 (แต้จิ๋ว: ซิงเจี่ยยู้อี่ ซิงนี้หวกไช้; จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย; ฮกเกี้ยน: ซินเจี่ยหยู่อี่ ซินนี่ฮวดจ๋าย; จีนแคะ: ซินจึ้นหยู่อี๋ ซินเหนี่ยนฟั่ดโฉ่ย; กวางตุ้ง: ซันจิงจู๋จี่ ซันหนินฟัดฉ่อย) แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่

  • 新年快樂 / 新年快乐 (จีนกลาง: ซินเหนียนไคว่เล่อ; กวางตุ้ง:ซันหนิ่นฟายหลอก;ฮกเกี้ยน: ซินนี้ก๊วยหลก) นิยมใช้ในประเทศจีน

  • 恭喜發財 / 恭喜发财 (จีนกลาง: กงฉี่ฟาฉาย; ฮกเกี้ยน: หย่งฮี้ฮวดจ๋าย; กวางตุ้ง: กุงเฮยฟัดฉ่อย)

  • 過年好 / 过年好 (จีนกลาง: กั้วเหนียนห่าว) ใช้โดยชนพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศจีน วลีนี้ยังหมายถึงวันที่หนึ่งถึงวันที่ห้าของปีใหม่ด้วย

  • 大吉大利 (จีนกลาง:ต้าจี๋ต้าลี่) (ฮกเกี้ยน: ตั่วเก็ตตั่วลี่) แปลว่า ความมงคลอันยิ่งใหญ่ ค้าขายได้กำไร

  • 金玉满堂 (จีนกลางจินยู่หม่านถัง)(ฮกเกี้ยน: กิ้มหยกมั่วต๋อง) แปลว่า ทองหยกเต็มบ้าน

  • 萬事如意 / 万事如意 (จีนกลางว่านซื่อหรูอี้) (ฮกเกี้ยน: บ่านสู่หยู่อี่) แปลว่า ทุกเรื่องสมปรารถนา

  • 福壽萬萬年/ 福寿万万年 (จีนกลาง: ฝูเชี่ยวหวันวันเลี่ยน; ฮกเกี้ยน: ฮกซิ่วบันบั่นนี่) แปลว่า อายุยืนหมื่นๆ ปี

  • 大家好運氣 / 大家好运气 (จีนกลาง: ต้าจาห่าวเยียนชี; ฮกเกี้ยน: ตั๋วเก่โฮ่อุ๊นคิ) แปลว่า โชคดีเข้าบ้าน

  • เกียโฮ่ซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน

  • 年年大賺錢 / 年年大赚钱  (จีนกลาง:เหนียนเหนียนต้าจ้วนเฉียน) (ฮกเกี้ยน: หนีนี้ตั๊วถั่นฉี่) แปลว่า ปีนี้ร่ำรวยมหาศาล

  • เป๋งอิ่วเตียวคิ ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า เพื่อนมิตรมีสุข

                    

 

ตรุษจีน เป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีน มีการจัดงานตามประเพณีที่มีมาแต่ช้านาน และจัดงานเฉลิมฉลองเป็นที่รู้จักไม่แพ้เทศกาลของชาติฝรั่ง เพราะชาวจีนได้เดินทางออกไปตั้งชุมชนกระจายทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้เข้ามาอยู่บนผืนแผ่นดินไทยจนแนบแน่นกลม เกลียวเสมือนเป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน

ตรุษจีน เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานนับพันปี  นับเป็นวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เดือน 1 ของชาวจีนที่ถือเอาตามปฏิทินแบบจันทรคติ ซึ่งช่วงของการฉลองตรุษจีนนี้จะเรียกกันว่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือจากที่การทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพสำคัญของชาวจีนมาตั้งแต่อดีต การสังเกตสภาพดินฟ้าอากาศและฤดูกาล เพื่อจดบันทึกทำเป็นปฏิทิน เพื่อใช้ในการวางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวจึงเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนจีน ที่สำคัญ   ดังนั้นแล้ววันตรุษจีนนี้จึงเป็นวันขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ที่บรรพชนชาวจีนได้ กำหนดขึ้นมานั้นเอง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันว่าในวันนี้ เทพเจ้าจะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ฉะนั้นจึงควรสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลวันขึ้นปีใหม่

ก่อนถึงเทศกาลวันตรุษจีน จะการเตรียมงานล่วงหน้าเป็นเดือน มีการจัดหาของขวัญเตรียมมอบให้แก่กัน ทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่ ถือเป็นการกวาดเอาสิ่งโชคร้ายในปีนั้นออกไป  ประดับตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงาม  ตระเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่เป็นศิริมงคล และแน่นอนว่าสีสันที่ชาวจีนนิยมในการตกแต่งบ้านเรือนและเลือกเป็นเสื้อผ้า อาภรณ์ คือ สีแดง สีอันเป็นมงคลของชาวจีนนั้นเอง ในช่วงเทศกาลนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยสีแดงสด ประตูหน้าต่างถูกทาด้วยสีแดง ป้ายคำอวยพรจากกระดาษสีแดงเขียนด้วยตัวอักษรจีนสีทองแขวนตามบ้านและร้านค้า ต่างๆ แต่เดิมเทศกาลวันตรุษจีน เคยมีการฉลองยาวนานถึง 15 วัน ตั้งแต่วันแรกของปีใหม่ไปถึงวันที่สิบห้า ที่เป็นงานฉลองโคมไฟ 

                      

 

ความหมายมงคล ของอาหารและชุดของไหว้

                                                  

         รู้กันดีว่าชาวจีนจะถือเรื่องโชคลาง และให้ความสำคัญกับอาหารที่ใช้ในพิธีต่างๆเพื่อความหมายอันเป็นมงคล ชุดของไหว้ที่ใช้จึงประกอบไปด้วยอาหารต่างๆที่มีความหมายเป็นมงคลในตัวดังนี้

ซาแซ  หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ กุ้ง จะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข เป๋าฮื้อแห้ง ให้ความหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี ปลาสด ถือกันว่าจะนำมาซึ่งโชคดี สาหร่าย ดูคล้ายผมแต่กินได้ หรือที่เรียกว่า ผมเทวดา จะนำความความร่ำรวยมาให้ หมู หมายถึง ความมั่งคั่ง ความกินดีอยู่ดี อีกทั้งหัวหมูยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสมองและปัญญา ไก่ ทั้งตัวมีหัวหางและเท้าอยู่ครบ  หมายถึงความเจริญก้าวหน้า การตรงเวลา ความรู้งาน      สำหรับที่ไก่มีหงอน สื่อถึงหมวกขุนนาง จึงแสดงถึงความเจริญก้าวหน้า ตับ หมายถึง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพราะในภาษาจีนเรียกตับว่า กัว ซึ่งพ้องกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนาง ปลา เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกัน และหมายถึงความอุดมสมบรูณ์  เหลือกินเหลือใช้ กุ้งมังกร หมาย ถึงมีอำนาจวาสนา ชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข แต่คนแต้จิ๋วจะเปลี่ยนจากกุ้งมังกรเป็นเป็ด ส่วนคนจีนแคะจะเปลี่ยนเป็นปลาหมึกแห้ง

654806-topic-ix-6

อาหารชุดกับข้าว

ลูกชิ้นปลา หมายถึง ความสามัคคีกลมเกลียว ผัดตับกับกุยช่าย ตับหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กุยช่าย หมายถึง รวย ผัดถั่วงอก หมายถึง ความเจริญงอกงาม อำนาจวาสนา เต้าหู้ หมายถึง ความสุข สาหร่ายทะเล หมายถึง โชคดีความร่ำรวยเส้นหมี่ หมายถึง ชีวิตที่ยืนยาว อาหารที่ทำจากเส้นหมี่จึงไม่ควรตัดนั่นเอง หน่อไม้ คล้ายคำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุขเต้าหู้ หมักที่ทำจากถั่วแห้ง คล้ายคำว่า เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข แต่เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะต่างออกไป เพราะสีของมันเป็นสีขาว ที่คนจีนถือว่าไม่เป็นมงคล เป็นสีแห่งโชคร้ายหมายถึงการไว้ทุกข์

อาหารชุดของหวาน

ขนมถ้วยฟู หมายถึง ขนมแห่งความเจริญงอกงาม ขนมคักท้อก้วย เป็นซาลาเปาไส้ต่างๆ โดยไส้ต่างๆจะสื่อถึงความเป็นมงคล เช่น ไส้เต้าหู้ ซึ่งมีหมายถึงความสุข  ไส้กุยช่าย หมายถึงความร่ำรวย ขนมซิ่วท้อ เป็นซาลาเปาปั้นเป็นรูปลูกท้อแต้มสีชมพู ลูกท้อ  ชาวจีนถือกันว่าเป็นเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืน ขนมไข่ หมายถึงการเกิดและการเจริญเติบโต โหงวเส็กทึ้ง หรือที่รู้จักในชื่อขนมจันอับ ประกอบไปด้วยขนมห้าอย่าง คือถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ข้าวพอง หมายถึง ความเจริญงอกงาม ฟักเชื่อม ซึ่งหมายถึงความร่ำรวยและความหวานของชีวิต

_158

ชุดผลไม้

ส้ม ภาษาจีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่า ทอง จึงสื่อถึงความหมายที่ดี กล้วย หมายถึง ดึงโชคเข้ามา อีกทั้งกล้วยนั้นออกลูกเป็นเครือ จึงสื่อถึงการมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง องุ่น หมายถึง งอกงาม ท้อ หมายถึง อายุยืน สับปะรด หมายถึง การเรียกเอาสิริมงคลเข้ามา เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย เกาลัด หมายถึง เงิน 

images

วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ

เรียกว่าวันชิวอิด เป็นวันที่ 1  เดือน 1 ตามปฏิทินแบบจันทรคติ ในปีนี้ตรงกับวันที่ 31 มกราคม 2557  ในวันนี้ตามธรรมเนียมของชาวจีนที่ถือปฏิบัติกัน จะนิยมแต่งกายด้วยชุดสีแดงเป็นมงคล  เป็นการออกเที่ยวนอกบ้านไปไหว้ขอพรและอวยพรปีใหม่ แก่บรรดาญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก ด้วยการนำส้มสีทองผลไม้มงคล 4 ลูกห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าผู้ชายที่หมายถึงการนำโชคดีไปให้ และที่เรียกวันนี้ว่าวันถือก็เพราะวันนี้จะถือว่าเป็นวันศิริมงคล จะถือเคล็ดบางอย่าง  งดการทำสิ่งไม่ดี ตามความเชื่อของจีน

 

ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน

                                            

ช่วงเทศกาลตรุษจีน ต้องไม่โกรธ ริษยา ไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล  หรือให้ความหมายเป็นนัยไม่ดี อย่างคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็ไม่ควรพูดออกมา  เรื่องราวเก่าๆที่ไม่ดีในปีเก่าก็ไม่นำมาพูดถึง ไม่ควรร้องไห้หรือทำสิ่งไม่ดีตั้งแต่วันปีใหม่ เพราะถือว่าจะต้องมีเรื่องให้เสียใจไปตลอดปี ควรคิด ทำ และพูดแต่สิ่งดีๆ เพราะถือว่า การทำสิ่งใดในวันนี้จะส่งผลไปตลอดทั้งปี  และไม่ควรสระผมในวันนี้ เพราะจะหมายถึงการชะล้างเอาโชคดีออกไป เช่นเดียวกับจะไม่กวาดบ้านเรือนในวันนี้เพราะจะเป็นการกวาดเอาโชคออกจากบ้าน แต่หากว่าบ้านรกจนจำเป็นต้องกวาดจริงๆ ก็จะกวาดเข้าในตัวบ้าน

และที่ขาดไม่ได้ของวันนี้คือ   "อั้งเปา" หมายถึง ซองแดง ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่เงิน ที่ผู้ใหญ่มอบให้ลูกหลานที่ยังเด็ก หรือที่โตแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือเป็นซองที่ผู้ใหญ่มอบให้ผู้น้อยอย่างเจ้านายมอบให้ลูกจ้าง หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ตามที่มาจากสมัยก่อน ที่เหรียญจะมีรูตรงกลาง  ผู้ใหญ่จะร้อยเหรียญด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ และเด็กที่ได้รับก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

แม้ปัจจุบันความเชื่อ หรือธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการเลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หลักใหญ่ใจนั้นความลูกหลานชาวจีนก็ยังร่วมสืบสานแสดงให้เห็นถึงความเป็น จีนที่แท้จริง ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งไหน

เชื่อว่าใครก็ตามที่เกิดในเชื้อสายจีนไม่ว่าจะประเทศใดๆในโลกจะยากดีมีจน ก็น่าจะมีการสืบทอดและปฎิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ทำกันมาชั่วลูกชั่ว หลาน และก็คงจะคุ้นเคยกับประเพณีตรุษจีนที่วนเวียนกันมาทุกปี เช่นเดียวกับตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในปีนี้ 

 

ฝากบทเพลงตรุษจีนที่เราน่าจะคุ้นเคยกัน

Comment

Comment:

Tweet